จากผู้จัดทำ

ยินดีต้อนรับครับ เพิ่งเปิดบล็อกใหม่ครับ ก็เลยจะนำเสนอซะหน่อย อิอิ บล็อกนี้เป็นบล็อกที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพต่างๆไว้ เพื่อให้ผู้ที่อยากจะรู้เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเอง ทั้งจิตใจ และร่างกาย ว่าจะต้องปรับอะไรดี ต้องเพิ่มอะไรดี เพื่อให้ตัวเราแข็งแรงทั้งกายและใจ จะได้มีพลังในการสู้กับอุปสรรคในชีวิตได้ต่อไป หากมีข้อติชมอะไรก็บอกได้เลยนะครับ จะได้นำไปปรับปรุงแก้ไขครับ หากเห็นว่าบล็อกนี้มีประโยชน์ก็เข้ามาคุยเข้ามาอ่านกันบ้างนะครับ ยินดีต้อนรับทุกคนครับ

วันพุธที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ปรับมุมคิด...ชีวิตเป็นสุข


นักจิตวิทยาเชื่อว่าความคิดเป็นตัวการที่สำคัญที่ทำให้คนเราเกิดความเครียดซึ่งเป็นปฏิกิริยาทางธรรมชาติของร่างกายในการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นหากคุณคิดว่า


ปัญหา ที่เกิดขึ้นไม่ร้ายแรงอยู่ในวิสัยที่สามารถแก้ไขได้หรือมีบุคคลอื่นที่พร้อม จะให้ความช่วยเหลือคุณก็จะมีความเครียดระดับน้อยความเครียดน้อยๆนี่เองที่จะ ช่วยเพิ่มรสชาติและความตื่นเต้นให้ชีวิตเป็นแรงผลักดันให้คุณทำงานได้สำเร็จ ลุล่วงไปได้อย่างมหัศจรรย์บ่อยครั้งที่ความคิดสร้างสรรค์มักจะ

เกิดขึ้นเมื่อ คุณอยู่ในภาวะกดดันหรือสถานการณ์จำเป็นในทางตรงกันข้ามความเครียดที่มากหรือ บ่อยเกินไปส่งผลกระทบต่อความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและจิตใจอย่างมากโรคเดิม ที่มีอยู่แล้วก็กำเริบมากขึ้นไปอีก

หาก คุณเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกว่าความคิดของตนเองมักก่อให้เกิดความเครียดอยู่ บ่อยๆควรฝึกปรับเปลี่ยนความคิดเสียใหม่วิธีคิดทั้งห้าแบบนี้แหละที่จะช่วย คุณได้ลองฝึกปฏิบัติให้เป็นนิสัยเพื่อชีวิตจะได้เป็นสุขกว่าเดิม

1. คิดยืดหยุ่น

การ จ้องจับผิดเข้มงวดหรือคอยตัดสินผิดถูกอยู่ตลอดเวลาจะทำให้เครียดมากขึ้น เมื่อมีข้อผิดพลาดสิ่งที่ทุกคนอยากได้รับก็คือการให้โอกาสแก้ไขปรับปรุงดัง นั้นเมื่อเกิดความผิดพลาดเราควรนึกความดีของเขามีเมตตาให้อภัยปลอบใจให้ โอกาสชี้แจงพยายามพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในทางตรงกันข้ามการกล่าวโทษโมโห โกรธาไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลยโดยเฉพาะถ้าผลที่เกิดตามมาไม่ได้เสียหาย ร้ายแรงอะไรหนักหนาก็ไม่ต้องถือโทษโกรธเคืองและลืมเสียบ้างจะทำให้โล่งใจและ ไม่เครียดอีกด้วยนะ

2. ไม่หมกมุ่นอย่า มัวแต่หมกมุ่นอยู่กับปัญหาของตัวเองเท่านั้นเปิดใจให้กว้างรับรู้ชีวิตความ เป็นไปของคนใกล้ชิดและผู้คนในสังคมรอบๆตัวบ้างหรืออาจมีวิธีรวบรวมข้อได้ เปรียบของคุณเช่นคุณมีครอบครัวเพื่อนฝูงคนรอบข้างที่รักและเข้าใจคุณสิ่งแวด ล้อมรอบๆตัวสถานที่อยู่อาศัยดีอาหารการกินไม่ขัดสนคุณจะรู้สึกว่าคุณเป็นคน โชคดีคนหนึ่งยังมีคนอีกมากมายที่รอบๆตัวคุณที่ยังขาดแคลนด้อยโอกาสหรือมี ความเครียดมากกว่าคุณหลายเท่าบางทีคุณจะพบว่าปัญหาของคุณเล็กน้อยมากเมื่อ เทียบกับปัญหาของคนอื่นคุณก็จะสบายใจขึ้น
3. มองมุมกลับเมื่อ มีปัญหาทำให้เครียดลองพยายามคิดหลายๆด้านหลายๆมุมเช่นลองคิดดูว่าถ้าเพื่อน คุณเจอปัญหาแบบเดียวกับคุณเขาจะคิดอย่างไรถ้าเป็นเจ้านายของคุณเจอปัญหาแบบ เดียวกันเขาจะแก้อย่างไรหรือพยายามมองมุมกลับโดยมองผลดีของการเกิดปัญหาแทน การคิดถึงแต่ผลเสียของปัญหาการมองกลับมุมอย่างนี้อาจทำให้คุณสบายใจมากขึ้น ก็ได้

4. รับด้านดี
ถ้า คุณชอบคิดแต่เรื่องร้ายๆทำให้จิตใจไม่สงบสุขลองเปลี่ยนมารับเรื่องดีๆเข้ามา ในชีวิตนึกถึงความสำเร็จที่ผ่านมาหรือย้อนเวลาหาอดีตที่คุณมีความสุขเป็นการ ให้กำลังใจตนเองเมื่อรับแต่เรื่องดีๆจิตใจก็จะมีความสุขผ่อนคลายความเครียด ลงได้มาก

5. มีเหตุผล
หาก คุณเป็นคนเชื่ออะไรง่ายๆแล้วนำมาคิดวิตกกังวลล่วงหน้าทำให้ไม่สบายใจโดยใช่ เหตุลองเปลี่ยนเป็นคนที่คิดอะไรอย่างมีเหตุผลเมื่อรับรู้อะไรมาพยายามตรวจ สอบหาข้อเท็จจริงหาพยานหลักฐานให้ชัดเจนเสียก่อนแล้วคิดไตร่ตรองด้วยเหตุผล ถึงปักใจเชื่อนอกจากไม่ถูกคนอื่นหลอกง่ายๆแล้วยังลดความเครียดจากความวิตก กังวลหวาดกลัวไม่สบายใจลงได้อีก

นอก จากการปรับเปลี่ยนวิธีคิดทั้ง 5 แบบแล้วการเล่าระบายก็จะช่วยลดความเครียดของคุณลงได้มากไม่มีประโยชน์อะไร ที่จะเก็บความเครียดนั้นไว้คนเดียวระบายออกมาบ้างเหมือนลูกโป่งที่อัดแก๊ส เข้าไปเรื่อยๆสักวันลูกโป่งก็จะแตกการพูดระบายช่วยให้คุณได้พิจารณาปัญหา ทบทวนและทำความเข้าใจกับปัญหาได้ดียิ่งขึ้นอาจได้คำตอบหรือแนวทางที่เป็น ประโยชน์ในการนำมาแก้ไขปัญหานั้นได้แต่ควรระมัดระวังการเล่าระบายเปรียบ เสมือนดาบสองคมถ้าผู้ฟังรักและเข้าใจเราก็โชคดีไปแต่ถ้าเขาไม่จริงใจอาจจะทำ ให้คุณเดือดร้อนได้

ข้อมูลจาก :

ทำดีดอทเน็ต

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น